2006/Oct/14

ไม่ได้ลง Goong ตอน 3 เสียที อันที่จริงก็มัวแต่เล่มเกม ออกไปนอกบ้านด้วยแหละ แฮะๆ แต่เห็นไม่ค่อยมีคนสนใจเท่าไหร่ก็เลยไม่ค่อยกระตือรือร้น แฮะๆ

เมื่อวานมีโอกาสได้ไปตะลอนๆ แถวที่ที่ไม่รู้จักอีกแล้ว (เป็นเด็กกรุงเทพชานเมืองที่กระเดียดไปทางบ้านนอก)

นัดกันมานานแล้ว ตอนแระจะไปวันพุธ(วันที่ไปกิน KFC ฮ่าๆ) เลื่อน ไปวันพฤหัส สุดท้าย เลื่อน ไปวันศุกร์เมื่อวาน

เงินในกระเป๋ามีอยู่แค่ 200 บาท จนอีกแล้วคับท่าน TOT

นัดกันที่สถาบันบ่ายโมง กินข้าวออกเดินทาง นั่ง203ไปเรื่อยๆ

นั่งคุยกับนังบอลอยู่ดีดี โดนตัวไรไม่รู้ต่อย เจ็บชิส์หายเลย แงแง

อีบอลบอกให้เอากุญแจมาบ่งออก =[ ]= ไม่มี เอาบัตรอะไรของมันไม่รู้มานั่งบ่งออกให้

เจ็บเร้าใจมากมายพะยะค่ะ มันบอกระวังบวม เดี๋ยวเป็นไข้ด้วย (กุไม่เชื่อ)

แต่ตอนนี้ก็มานั่งปวดหัว + คันมือมากๆ TOT (มันพูดถูก)

จบ.

ไปถึง มธ. ท่าพระจันทร์ แวะซื้อ Goong เล่ม 2 ที่ร้านนายอินทร์ >.< ก่อนจะนั่งเรือข้ามฟาก

แอบมึนหัวเล็กๆ =*= เงินก็จาหมดแล้ว คงไม่ได้ซื้ออะไรแน่ๆ

ไปถึง โอ้วของมันถูกจริงนะ อีตาบอลกับนังแป๊ะ ซื้อแว่นคนละอัน 100 บาท << (ขากลับเจอ 85 บาท กร๊ากๆ)

ซื้อเสร็จนังบอลไปตัดเลนส์ร้านพี่บอย(พี่รหัสมันที่หน้าเหมือนพี่ชายแท้ๆของมันมาก= =a)

พอจะกลับ ฝนตกอ่ะพระเจ้า บ้านชั้นก็อยู่คนละฝากกรุงเทพเลย TOT ทนทุกข์ทรมาณ

(คนที่นั่งรถกลับบ้านไกลๆจะรู้ว่ามันปวดหัวมาก)

กลับมาบ้าน ออน m เพื่อนถามได้อะไรมาบ้าง

ตอบไปอย่างภูมิใจ "ไม่ได้อะไรเลย" (ก็กระเป๋าที่นั่นไม่โดนใจสักใบ >.<)

ปล.* ถ้าอยากอ่าน Spoil Goong ต่อไม่ว่าด้วยเหตุผลใด เช่น ไม่ได้ดูช่อง 7 บอกได้น๊า

อ่านเวอร์ชั่นการ์ตูนแล้ว ต่างกับเวอร์ชั่นSeries พอสมควรเลยอะ ออกแนวฮามากมาย


edit @ 2006/10/14 19:30:51

2006/Oct/11

Kin กิน แล้วจะ

F at อ้วน ถามยัง

C ode แพง อีกตังหาก

วันนี้แทนที่จะได้อยู่บ้านนอนสบายๆ เจ้าเพื่อนตัวดีดัน กระแดะให้ไปหา

(เอ่อ อยากอ่านนิยายจัด ต้องให้เอาไปให้ เงินมีทำไมไม่ซื้อเองฮะ)

แล้วไปที่ห้างเนี่ย ของทุกอย่างมันก็ย่อมแพงเป็นธรรมดา

ตามกฎของสินค้าโดนแอร์แล้วราคาจะพุ่งขึ้นมาจนผิดปกติ

เอาเงินไป 200 บาทหน่อยๆ ค่ารถไปนั่นก็แพงระยับแล้วนะ

แต่ในจิตใจมัน want อยากได้หนังสือเล่มนึงมากๆ

(ซื้อมาด้วยราคา 59 บาท ห่อปกด้วยก็เป็น 63 บาท)

แล้วเมื่อคืนก็นั่งดู Goong ยันตี4 ตื่นก็สายอะไรๆก็ยังไม่ตกถึงท้อง

เพื่อน : ฮะจิบังมั๊ย (ไม่ทราบว่าเข้าใจผิดไรนิดนึงป่ะ กุชอบหนังเกาหลีฟ่ะ ฮะจิบังมันของญี่ปุ่น)

เรา : ไม่เอา (แพงก็แพง กินก๋วยเตี๋ยวเรือรังสิตยังอร่อยเหาะกว่าอีก)

เพื่อน : งั้นกินโออิชิ (สราดดดดดดด มันต่างกันตรงไหนวะ)

จบลงที่ KFC เพราะพอบอกว่าอยากกิน เชสเตอร์กิล มันบอกอยากกินไก่ทอดไม่อยากกินไก่ย่าง

(ไก่แบบไหนก็ไม่มีไข้หวัดนกหรอก เขาทำมาดี)

1 ชุด ไก่ 2 ชิ้น แปปซี่ 1 แก้ว เฟร้นไฟซ์ ชีส สติ๊ก(อร่อยดีนะ) 1

สนนราคาถึง 105 บาทมั๊ง?????

พระเจ้า !!! เข้าใจอยู่นะว่ามันแพง แต่ทำไมชั้นก็ชอบกระแดะเข้าไปกินจังเลย

ได้ยินมาว่า ร้านอาหาร Fast Food ที่ต่างประเทศ เป็นร้านอาหารสำหรับพวกกรรมกร

แต่ทำไม พอมาเข้าไทย ราคามันถึงได้ดีดตัวขึ้นสูงปรี๊ด แบบนั้นล่ะฟะ!!

แค่อยากจะบ่น จากตัวกินไก่ตัว เอ้ย คนกินไก่คนหนึ่ง

PS*Spoil Goong ตอน 3 พรุ่งนี้คาดว่าจะเอาลงนะ วันนี้เหนื่อนไม่ไหวแล้ว (ยังมีคนตามอ่านด้วยหรอ)

PS*อีกนิดนะ Goong Comic Vol.1 เดี๋ยวเราจะเอามาลงให้ว่ามันแตกต่างกับตัว Series ยังไงนะจ๊ะ

2006/Oct/10

มาต่อกับตอนที่ 2 ดีกว่าครับ เหมือนเดิมครับ ใครเข้ามาอ่านก็ช่วย Comment หน่อยน๊า

ภาพตอนนี้เยอะกว่าตอนที่แล้ว 5 ภาพแน่ะ โหลดกันนรกแตกเลยทีเดียว

(ที่มีภาพชายยูลเยอะไม่ต้องสงสัยว่าเพราะอะไร= =a)

สำหรับตอนที่ 3 รอสักระยะนึงนะครับ (เสร็จก่อนช่อง7แน่ๆ หุหุ)

++++++++

ระหว่างที่ ฮวางฮุง-มามา (พระราชานี) กำลังจะเสด็จเข้ามา

ชินเชยองก็เลยรีบเอาน้ำชามาสะบัดใส่กระโปรงเพื่อให้เป็นลายงดงามขึ้น (การแก้ปัญหาสมกับเป็นนักเรียนเอกดีไซน์เนอร์มากๆ)

ซึ่งราชินีก็ได้ถามความเห็นเรื่องการคลุมถุงชนครั้งนี้ และท่าทางมั่นใจมากด้วยว่านางเอกคงไม่ยินยอม

แต่เมื่อนางเอกบอกออกมาว่า เธอมาเพื่อที่จะบอกว่าเธอจะแต่งงาน

พระราชินีก็ดูตกใจเล็กน้อย และถามสาเหตุที่ตัดสินใจเช่นนั้น

ซึ่งนางเอกของเราก็ซื่อเหลือเกิน บอกเหตุผลไปว่าเพราะทางบ้านยากจนเป็นหนี้

งานนี้แม่ก็เลย ไม่ปลื้ม เท่าไหร่

ระหว่างนั้นพระพันปีก็เสด็จมา

มีการทักทายกันเล็กน้อย (บอกว่านางเอกสวยกว่าในรูปด้วย >.<)

พระพันปีทักว่าการย้อมสีผ้าที่กระโปรงสวยดี คราวนี้ทั้งหม่อมแม่หม่อมย่าก็วิจารณ์กันใหญ่เลย ว่าทำยังไง อะไรยังไง

พร้อมบอกว่า คราวหน้าเราลองย้อมสูตรนี้ดูมั่งดีกว่า =[ ]="

คำถามก็มาถึงคำถามเดิมเลย แค่วิธีถามต่างกันถามว่านางเอกรู้สึกยังไง

ซึ่งชินเชยองของเราก็ตะกุกตะกัก (ให้นึกอารมณ์ว่าพวกเราต้องพูดราชาศัพท์)

พระพันปีเลยอนุญาติให้เธอพูดเป็นภาษาทั่วไปได้

แต่ดูเหมือนว่า ชินเชยองจะได้ใจมากหน่อย เล่นคำแสลงสะจนพระพันปีงงไปเลยทีเดียว

หลังจากสนทนาเสร็จ ระหว่างที่ชินเชยองกำลังจะกลับบ้าน

เจ้าชายชินกูนก็โผล่ออกมาพอดี (พูดหยั่งกะจู-ออนแน่ะ)

พร้อมพูดจาถากถางเชยองต่างๆนานา แถมยังบอกว่า เธอเหมือนตัวการ์ตูนตลก

เชยองของเราได้ยินดังนั้นก็ไม่พอใจเราหนีขึ้นลิฟท์ไปทันที

ตัดกลับมาทางด้านแตฮุง มามา กับฮวางฮุง มามา

ดูเหมือนว่า เด็จแม่ของชายชินดูจะไม่ปลื้มเท่าไหร่กับชินเชยองคนนี้ พร้อมทั้งกล่าวว่าที่ราชาองค์ก่อนตัดสินใจไป นี่คิดถูกแล้วหรอ (แม่ไม่ปลื้ม)

แต่เด็จย่ากลับบอกว่า แม้ชินเชยองจะกระโดกกระเดก แต่เธอก็มีอุปนิสัยร่าเริงสดใส และดูจริงใจดี (ย่าปลื้ม)

เมื่อชินเชยองกลับมาที่บ้านก็รู้สึกเศร้ากับการตัดสินใจของตัวเองข้าวปลาก็ไม่กิน

วันต่อมา ชินเชยองถามกับเพื่อนๆในกลุ่มว่ามีใครเคยคิดถึงเรื่องแต่งงานบ้างมั๊ย

เพื่อนของเธอคนนึงบอกว่า

"อายุเฉลี่ยของคนเกาหลี 80 ปีถ้าเธอแต่งงานตอนนี้เธอต้องอยู๋กับเค้าไป 61 ปี แล้วถ้ามีคนที่ใช่มาทีหลังล่ะ"

ชินเชยองได้ยินดังนั้นจึงนึกได้ รีบกลับไปเอาแหวนหมั้นที่บ้าน

พ่อกับแม่ ช่วยกันซ่อนแต่น้องชายกลับยื่นให้พี่สาวเสียอย่างงั้น

ชินเชยอง เอาแหวนมา คิดจะเอาไปคืนที่ราชวังแต่แล้ว.....

หนังสือพิมพ์เรื่องข่าวของเธอกับเจ้าชายก็ถูกโปรยไปทั่ว แถมรูปที่เอาไปใช้ลงในข่าวยังอุบาสสุดๆ

เมื่อข่าวออกไปดังนี้องค์ราชาจึงตัดสินใจฉวยโอกาสนี้เลื่อนการสมรสให้เร็วขึ้น

ดูเหมือนว่าเจ้าชายชินของเราจะวิตกกังวลเรื่องนี้มาก

ชินเชยองร้องห่มร้องไห้อยู่ในห้องคนเดียวไม่หยุด

จนพ่อแม่และน้องชายต้องเข้ามาปลอบ

พ่อของเธอบอกว่าตอนที่แม่ของเธอรู้ว่าต้องแต่งงานวันไหนก็ร้องแบบนี้เหมือนกัน

แต่ทุกคนกำลังเข้าใจผิด ที่ชินเชยองร้องไห้ก็เพราะว่า รูปในข่าวมันอุบาสมากต่างหาก

ดูเสะ!!!

เช้าวันต่อมาที่บ้านของชินเชยองมีนักข่าวมากันเต็มไปหมด

น้องชายของเธอมาปลุกเธอให้ตื่น

ชินเชยองเดินงัวเงียออกไปที่หน้าประตูบ้าน หัวยังกระเซิงเพราะเพิ่งตื่นนอน โดยหารู้ไม่ว่า นักข่าวฟูงเบ้อเริ่มกำลังจะระดมถ่ายรูปเธอ

เมื่อหนังสือพิมพ์ออกไป แตฮุง มามา ดูจะขำขันกับภาพในข่าวมากมาย

แต่ว่าฮวางฮู มามากลับไม่พอใจที่ชินเชยองไม่รู้จักระวังเนื้อระวังตัว

หาเรื่องหาผู้หญิงคนอื่นมาอภิเษกกับเจ้าชายเสียอย่างงั้น

แต่ดูเหมือนว่า แตฮุง มามาจะค้านหัวชนฝา

เช้าวันต่อมา

ชินเชยองมาถึงที่โรงเรียนและทักทายกับเพื่อนของเธอตามปกติ

แต่ดูเหมือนพวกหล่อนจะไม่พอใจอย่างมากที่ชินเชยองไม่บอกเรื่องนี้ให้พวกเธอรู้

ทางด้านเจ้าชายชิน

เพื่อนๆในกลุ่มของเขาต่างก็วิพากวิจารย์เรื่องนี้กันยกใหญ่

มีพูดถึงโฮรินด้วย และดูท่าทางจะไม่พอใจกับเรื่องนี้เสียเท่าไหร่

ที่โรงอาหารดูเหมือนว่าตอนนี้ ชินเชยองจะเริ่มดังแล้ว มีคนมาขอลายเซ็นเสียด้วย

หลังจากนั้นชินเชยองก็ไปหาเพื่อนๆ และพยายามง้อ

ชินเชยองบอกกับเพื่อนๆว่า ที่เธอต้องแต่งงานกับเจ้าชายมันเป็นเรื่องจำเป็นต่างหาก

ระหว่างที่เจ้าชายกำลังจะกลับบ้าน มินโฮรินก็ยืนอยู่ด้วย แต่เจ้าชายกลับทำท่าทางไม่สนใจ

หลังจากที่เจ้าชายกลับไปแล้วเพื่อนๆของชายชินก็เข้าไปคุยกับหล่อนเรื่องที่หล่อนจะไปแข่งบัลเล่ที่ต่างประเทศ

เธอบอกว่า ถ้าเธอชนะเธอจะกลับมา แต่ถ้าเธอแพ้เธอจะไม่กลับมาที่นี่อีก

ชายยูลที่เพิ่งมาถึงเกาหลีกับโฮรินที่กำลังจะไปต่างประเทศก็เจอกันที่สนามบิน

มีอุบัติเหตุนิดหน่อยจนมือถือของโฮรินตกแตก ชายยูลแอบเห็นภาพที่ชายชินถ่ายคู่กับหล่อนก่อนที่มันจะดับไป

ชายยูลเข้าพบกับท่านย่าของตัวเอง(ย่าของชายชินนั่นแหละ)

แต่ดูเหมือนว่า ฮวางฮู มามา จะรู้สึกว่าแกที่ชายยูลกลับมาจะเป็นอันตรายต่อราชวงศ์หรือเปล่า

ตอนพักกลางวัน

ชินเชยองที่บังเอิญเดินมาพบกับเจ้าชายชินก็พูดคุยกัน

เจ้าชายบอกว่า ให้ชินเชยองเลิกทำตัวบื้อๆได้แล้ว

ชินเชยองจึงไม่พอใจแล้วถามชายชินว่าทำไมไม่แต่งงานกับคนที่เธอชอบล่ะ

ทำไมต้องบอกผู้ใหญ่ว่าต้องแต่งงานกับเธอ

ชายชินบอกสาเหตุก็เพราะว่าเขาไม่อยากให้คนที่ชอบต้องมาลำบาก และติดแหงกเป็นเจ้าหญิงอยู่ในวัง

(สารเลวจริงๆ) พร้อมทั้งบอกให้ชินเชยองถอดกางเกงพละออกไปด้วย (ออกจะแนว) ถ้าทำไม่ได้เขาจะหาคนมาสอนมารยาทให้ (โอวปากร้ายอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นพระเอก)

ชินเชยองไม่พอใจอย่างมาก คิดจะกระโดดถีบองค์ชายแต่ผลก็คือ ....

ระหว่างที่ชินเชยองกำลังบ่นไม่พอใจเจ้าชายอยู่นั่นเอง อาจารย์ก็มาเห็นเธอใส่กางเกงวอร์มเข้าจึงวิ่งตาม

และการพบกันครั้งแรกของ ชายยูลกับเชยองก็เกิดขึ้น

ชายยูลถามเชยองว่าตึกศิลป์ไปทางไหน ระหว่างที่เชยองกำลังถอดกระโปรงก่อนที่จะวิ่งหนีไป

ชายยูลงงเล็กน้อยก่อนที่จะหยิบกางเกงตัวนั้นขึ้นมาดู

ชินเชยองระหว่างที่เธอกำลังหนีอยู่ก็ไปพบกับคนทางพระราชวังที่จะมารับตัวเธอไปอบรมการเป็นเจ้าหญิง

ในเวลานั้นเจ้าชายลียูลก็ไปถึงห้องและได้รับการต้อนรับนักเรียนใหม่อย่างอบอุ่น (โอวก็หล่อขนาดนั้นนี่พ่อหนุ่ม)

และเจ้าชายทั้งสองก็ได้พบกันครั้งแรกหลังจากที่เวลาผ่านมานานแล้วถึง 5 ปี

ระหว่างที่ข่าวเรื่องการอภิเษกอย่างเป็นทางการถูกแถลงข่าวออกไป

ชินเชยองกำลังเตรียมตัวเพื่อที่จะเข้าราชวัง

ส่วนเจ้าชายชินกำลังโทรหามินโฮริน TOT เจ้าชายบ้า

แต่ดูเหมือนว่าจะโทรไม่ติดเพราะว่าโทรศัพท์มือถือของโฮรินพังไปแล้ว

(ที่น่าตกใจเล็กๆ มินโฮรินมาแข่งบิลเล่ที่ไทยด้วย)

ที่พระราชวังระหว่างที่เจ้าชายกำลังเล่นกีฬาฟันดาบอยู่นั้น

หม่อมแม่ของเจ้าชายก็ได้เข้ามาและเตือนชายชินเรื่องชายยูล ว่าเค้าอาจคิดไม่ซื่อกับพวกเราก็ได้

ตัดไปที่โรงแรมของชายยูล ระหว่างที่เขากำลังจัดของอยู่นั้น

เขาก็หยิบกางเกงวอร์มของชินเชยองมาดูและแอบยิ้มเหล็กๆ (ไมมันดูจิตๆจังอ่ะ)

พ่อแม่ของชินเชยองไม่สบายใจที่ลูกสาวของตัวเองจะต้องแต่งงาน และเธอก็ได้มายินพอดี

ชินเชยองอ้อนพ่อกับแม่เป็นครั้งสุดท้ายก่อนวันที่จะไปพระราชวัง

และวันที่จะต้องเข้าวังก็มาถึง

ดูเหมือนว่าพ่อของชินเชยองจะเสียอกเสียใจเป็นอย่างมากจนต้องร้องไห้ออกมา

ประโยคเด็ดของฉากนี้ก็คือ

ชีวิตของหนู หนูตัดสินใจเลือกแล้ว หนูก็ต้องรับผิดชอบมัน

ดูเหมือนการเดินทางครั้งนี้จะเป็นที่สนใจของผู้คนเป็นอย่างมาก เพราะมีคนมากมายมาส่งชินเชยองแถวหน้าบ้านของเธอ

To be continue